blockdit

blockdit
blockdit

Breaking News

อย่าคิดว่าเป็นสายการบินแห่งชาติแล้วจะไม่ล้ม เรียนรู้อีกครั้งจาก Japan Airlines



หลังจากที่ช่วงนี้มีข่าวเกี่ยวกับการบินไทยที่เริ่มจะยืนไม่อยู่ The mountain2 เลยจะพาคุณย้อนเวลากลับไปปี 2010ไปดูกรณีศึกษาจาก สายการบิน Japan Airlines ที่เคยขาดทุนจนล้มละลายแต่พลิกกลับมามีกำไรได้อย่างมหาศาล ไปดูกัน

ประวัติสายการบิน Japan Airlines

สายการบินก่อตั้งในรูปแบบบริษัทเอกชนเมื่อ 1 สิงหาคม ค.ศ. 1951 จากการผลักดันของรัฐบาลญี่ปุ่น โดยเริ่มบินเส้นทางภายในประเทศจากเครื่องบินที่เช่ามา ถือเป็นสายการบินภายในประเทศแห่งแรกของญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ต่อมาในปีค.ศ. 1953 สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ตรากฎหมายอนุมัติให้แจแปนแอร์ไลน์มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ โดยโอนทรัพย์และหนี้จากบริษัทเดิมทั้งหมด ตั้งแต่นั้นมาสายการบินนี้ก็ได้กลายเป็นสายการบินประจำชาติของญี่ปุ่น

-JAL (Japan Airlines) เคยเป็นรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลญี่ปุ่น เช่นเดียวกันกับ บริษัท การบินไทย จำกัด ในอดีตครั้งหนึ่ง JAL เคยได้ชื่อว่า “เป็นสายการบินเอเชียใหญ่ที่สุดในด้านรายได้” แต่เมื่อปี พ.ศ. 2553 มีปัญหาขาดทุนเรื้อรัง จนหมดความสามารถในการชำระหนี้สินเงินกู้ จนต้องยื่นต่อศาลล้มละลายกลางขอเข้าโครงการฟื้นฟูกิจการปรับโครงสร้างหนี้(JAL มีหนี้สินกว่า 25,000 ล้านดอลล่าร์ กว่า 7 แสนล้านบาท) และถอนตัวออกจากตลาดหลักทรัพย์ภายใต้คำแนะนำของกองทุนฟื้นฟูกิจการ

-หลังจากนั้นรัฐบาลญี่ปุ่นเข้ามาอุ้มโดยการอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อพยุงสายการบินแห่งชาตินี้ ถามว่าทำไมไม่ปล่อยให้ล้มละลาย หลายคนเชื่อว่ารัฐบาลคงไม่อยากเสียหน้าถ้าสายการบินแห่งชาตินี้ล้มละลาย  แต่รัฐบาลญี่ปุ่นมีข้อแม้ว่าถ้าจะให้อุ้มไว้ต้อง เปลี่ยนผู้บริหารและขอคนนี้เท่านั้น นั่นก็คือคุณ “คาซูโอะ อินาโมริ”  เราไม่ต้องรู้จักก็ได้ว่าเขาคือใครแต่ควรเรียนรู้วิธีคิดและแนวทางการปฏิบัติที่เขานำมาใช้กับ สายการบินที่ล้มละลายแห่งนี้กลับมามีผลกำไรมหาศาลในระยะเวลาแค่2ปี  นี้คือสุดยอดความสำเร็จ

-วิธีการแก้ปัญหา 3 ข้อที่เราสรุปมาให้คุณ  

1. แสนความคิด หนึ่งเป้าหมาย  ในวันแรกที่คุณคาซูโอะ อินาโมริ เข้ามาบริหารนั้นสิ่งแรกที่เขาเห็นคือความเละเทะขององค์กร ความไร้ระเบียบแบบแผน แต่ละฝ่ายทำงานคนละแบบและไม่มีการประสานงานกัน ผู้บริหารที่เข้ามาไม่มีความรู้ในเรื่องสายการบินเข้ามาเพื่อรับเงินเดือนที่สูงลิบ และรีบลาออกเพื่อรับเงินชดเชยก้อนโตเพียงแค่นั้น  วิธีแก้ปัญหาของคุณ คาซูโอะ อินาโมริ 1.1พนักงานทุกคนต้องเข้าใจปรัชญาและมีเป้าหมายเดียวกัน ตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูงจนถึงพนักงานทั่วไป   คุณ คาซูโอะ อินาโมริ เรียกผู้บริหารมาคุยปรับความเข้าใจว่า ธุรกิจเรานั้นคือการบริการ ฉะนั้นสิ่งสำคัญคือการบริการที่ดี รวมถึงพนักงานทั่วไปต้องทำให้เขามีความสุขสร้างวัฒนธรรมองกรค์ที่ดี รับรู้เปิดใจฟังปัญหาของลูกน้องแล้วเราก็ต้องตอบวิธีแก้ปัญหาให้ลูกน้องเข้าใจ ในฐานะหัวหน้า 

2. คนเก่งหนึ่งคนจะทำให้ทีมชนะ แต่ทีมเวิคจะทำให้ทีมเป็นแชมป์

คุณ คาซูโอะ อินาโมริ ได้ให้พนักงานทุกคนสร้างทีมหลายๆทีมขึ้นมาโดยให้แต่ละทีมมีสมาชิกจำนวนไม่มากเกินไป เพื่อให้ทุกคนแข่งขันกันและยังทำให้แต่ละทีมนั้นเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด ทีมไหมทำงานไม่ดีจะได้รู้อย่างชัดเจน โดยมีเป้าหมายคือ 1.ทีมทำงานได้ดีแค่ไหนจากงานที่ได้รับหมอบหมาย 2.ให้แต่ละทีมจัดทำรายรับรายจ่ายของทีม โดยมุ่งให้ทุกทีมสามารถทำกำไรเลี้ยงทีมตัวเองได้ จะเห็นว่าแม้ทีมมีคนเก่ง(ตัวแบก)ในทีม1คน แต่เขาคนนั้นจะทำได้ดีเสมอไปเป็นไปไม่ได้ ฉะนั้นสุดท้ายทุกคนต้องร่วมมือกัน

3. ปรับโครงสร้าง ปฏิรูปที่หัวใจ

การปรับโครงสร้างเป็นเรื่องปกติที่บริษัทที่มีปัญหาหนี้ นั้นต้องทำ การปรับโครงสร้างไม่เพียงแต่โครงสร้างหนี้ แต่ยังรวมถึงโครงสร้างองค์กร  JAL 1.มีการลดจำนวนเที่ยวบินลงกว่า40เที่ยวบิน งดบินในเที่ยวบินที่ไม่ทำกำไร ปริมาณไม่สำคัญเท่าคุณภาพ  2.มีการขายเครื่องบินโดยสารทิ้งอีกว่า60ลำ JALเป็นสายการบินที่มีเครื่องบินเยอะมาก  และ 3.ปฏิรูปที่หัวใจ หัวใจขององค์กรคือพนักงานทุกคน JAL มีการปรับลดพนักงานจาก5หมื่นลงเหลือ3หมื่นห้าพันคนคิดเป็นร้อยละ30ของพนักงานทั้งหมด ที่ต้องลดพนักงานนั้นเพราะ มีจำนวนมากเกินจำเป็น แต่การลดพนักงานนั้นไม่ได้อยากลดเท่าไหร่ก็ได้ บริษัทมีการสอดส่องให้งานรวมถึง ประเมินแต่ละบุคคลว่าใครที่ผ่านเกณฑ์และไม่ผ่านเกณฑ์ของบริษัท  (การปฏิรูปโครงสร้าง เป็นสิ่งสำคัญมากเพราะส่วนนึงคือการลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น รวมทั้งการตัดสิ่งที่ทำแล้วไม่คุ้มค่าออกไปจากธุรกิจ)

โดยหลังจากผ่านวิกฤตครั้งนั้นเอง ในห้าปีที่ผ่านมา เจแปนแอร์ไลน์ มีรายได้ในระดับ 1.239ล้านล้านเยน ถึงประมาณ 1.383 ล้านล้านเยน (ประมาณ 0.37- 0.41 ล้านล้านบาทต่อปี) มีกำไรจากการดำเนินงานในอัตรา 12.7-15.8%ซึ่งถือว่าสูงมากในอุตสาหกรรมนี้ และมีกำไรสุทธิประมาณ 135,000 - 174,000 ล้านเยน หรือประมาณ 40,500-52,200ล้านบาทต่อปี ราคาหุ้นอยู่ที่ 3,746 เยน ค่าพีอี 12.26 เท่า ราคาปิด ณ วันพฤหัสที่ 20 กันยายน 2561 เท่ากับ 4,006 เยน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.94% ค่าพีอีที่คาดการณ์ ประมาณ 11.35 เท่า (ข้อมูลจากบลูมเบิร์ก) มีผลตอบแทนจากเงินปันผล2.75%  (ข้อมูลรายได้และราคาหุ้นทั้งหมดเป็นของปี2561) 










ไม่มีความคิดเห็น